Author Topic: นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการพร้อมรับฟังปัญหาของประชาชน (ภาพประกอบ 9 ภาพ)  (Read 191 times)

sattahipbeach

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2960
    • Email
นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการพร้อมรับฟังปัญหาของประชาชน (ภาพประกอบ 9 ภาพ)

นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการพร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนจังหวัดชลบุรี
     
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร
เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาบรมราชินีนาถ

โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ และ
ประชาชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับ ณ กรมทหารที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินี
อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
       
สำหรับอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาบรมราชินีนาถ สร้างขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้
สำหรับประชาชนที่เข้ามาศึกษาดูงานจะได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจ พระมหากรุณาธิคุณ และ
น้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกร โดยได้มีการนำพระนามย่อ สก มาสร้างเป็นตัวอาคาร ภายใน
จัดแบ่งเป็นส่วนแสดงนิทรรศการ 6 ส่วน ประกอบด้วย 1 ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายหมายคลายทุกข์
ส่วนที่ 2 พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำฉันจะเป็นป่า ส่วนที่ 3 โครงการในพระราชดำริกับกรมทหาราบที่ 21
รักษาพระองค์ ส่วนที่ 4 พระราชประวัติ ส่วนที่ 5 องค์ผู้บังคับการพิเศษ กรมทหาราบที่ 21 รักษา
พระองค์ และส่วนที่ 6 โครงการศิลปาชีพ ภายหลังพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีได้เดินไปเยี่ยมชมตลาด
ประชารัฐ หรือตลาดหน้าค่าย 21 ซึ่งเปิดให้กลุ่มแม่บ้านในจังหวัดชลบุรี ได้มาออกร้านจำหน่ายสินค้า
ชุมชน ซึ่งเปิดแต่งวันนี้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559
       
จากนั้นได้เดินทางต่อไปที่ศาลาประชาคมเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
เพื่อพบประชาชนต่อไป และรับฟังปัญหา โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
กล่าวรายงานว่า จังหวัดชลบุรีมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 3,300,000 คน แบ่งเป็นประชากรตาม
ทะเบียนราษฎร์ประมาณ 1,300,000 คน และประชากรแฝงอีกกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีฐาน
เศรษฐกิจสูง และเป็นประตูสู่เศรษฐกิจโลก จะเห็นได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ปี 2557
ของจังหวัดชลบุรีที่มีมูลค่า 430,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และยังเป็นเมืองท่องเที่ยว
ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยใน ปี 2558 มีรายได้จากการท่องเที่ยว 130,000 ล้านบาท

คิดเป็นร้อยละ 10 ของรายได้ดังกล่าว ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดชลบุรีในการเป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในภาค
ตะวันออก จึงกำหนดให้จังหวัดชลบุรี เป็น 1 ใน 3 จังหวัด ที่เป็นระเบียงพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาค
ตะวันออก (Eastern Economic Corridor; EEC) ที่จะสร้างการเจริญเติบโตให้จังหวัดชลบุรีและภูมิภาค
ตะวันออกอย่างมหาศาลอีกด้วย
       
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในปี 2557 ประเทศไทยมีปัญหาสะสมมา
นาน ทั้งในด้านการขาดแผนพัฒนาชาติในระยะยาวมาอย่างต่อเนื่องในกรอบของการบริหารราชการแผ่นดิน
ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาการ
บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งประชาชนไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งนานาประเทศขาดความเข้าใจ
ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติมีเสถียรภาพ มีธรรมาภิบาล มีความ
สามัคคี ปรองดอง เศรษฐกิจเจริญเติบโต ความเจริญกระจายตัวทุกภูมิภาค ประชากรทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิต
ที่ดี มีศักดิ์ศรีและโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมกัน
       
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง มีจุดแข็งที่สามารถดึงการค้าการลงทุนสู่จังหวัด
ได้ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สำคัญ การเป็นที่ตั้งอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ของประเทศ การเป็นศูนย์กลางทางค้า และมีท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางคมนาคม
การนำเข้าและส่งออกทางทะเลที่สำคัญ รวมทั้งเส้นทางเชื่อมโยงการขนส่งไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ โดยการนำ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับระบบ Logistics ซึ่งจะช่วย
ให้การบริการทันสมัย รวดเร็ว และประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นประตูการค้าสู่
ประชาคมอาเซียน

พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC)
เพื่อทำให้ไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค เป็น Gateway ที่แท้จริงสู่ CLMVT โดยต่อยอด Eastern
Seaboard เพื่อสร้างฐานด้านเศรษฐกิจต่อไปยังอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณ
ชายแดน โดยการเชื่อมกรุงเทพฯ แหลมฉบัง มาบตาพุด และระยอง ทั้งการคมนาคมทางถนน สนามบิน
และท่าเรือ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งเก่าและใหม่ในบริเวณดังกล่าวและเป็นจุดกระจายสินค้าไปสู่
ประเทศอาเซียน
     
สำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมลพิษ
ทางอากาศและทางน้ำ ตลอดจนการทิ้งขยะพิษในที่สาธารณะ เพราะมีการนำทรัพยากรไปใช้ทั้งในภาค
อุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรม จนทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในชุมชน ดังนั้น ต้องขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และขอความร่วมมือใน
แนวทางประชารัฐ เพื่อดูแลชายฝั่งให้มีความสมดุลกับการดำเนินชีวิตของประชาชนด้วย
     
นอกจากนี้จังหวัดชลบุรี ไดจัดการประชุมหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ กรอ. ส่วนกลางและ
คณะกรรมการ กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) ณ ห้องประชุมสำนัก
งานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ชั้น4 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ