Recent Posts

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นายบำรุง เนียมนาถ ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตรพลังประชาชนขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงระดับจังหวัด ณ โรงแรมเมาท์เท่นบีช พัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

กรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตรพลังประชาชนขับเคลื่อนการ
พัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยกำหนดจัด 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ระดับเขต
และระดับจังหวัด รวม 85 ครั้ง มีกลุ่มเป้าหมายเครือข่ายแกนนำทั้งสิ้น 8,400 คน ซึ่งได้รับการสนับ
สนุนงบประมาณจาก สำนักงานขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำนักงานปลัด
สำนักนายกรัฐมนตรี

นางสาวรวงทอง ศรีสุพัฒน์ นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ กล่าวว่า กรมประชาชนสัมพันธ์ ได้มอบ
หมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตรพลัง
ประชาชนขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัดขึ้น ระหว่างวันที่
28 – 29 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเมาท์เท่นบีช โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักจัดราย
การวิทยุกระจายเสียง อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน ผู้นำชุมชนผู้ดำเนินการ
หอกระจายข่าว เสียงตามสาย และสื่อมวลชน จำนวน 100 คน

ส่วนในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เป็นการศึกษาดูงานที่ศูนย์วัฒนาธรรม บ้านร้อยเสา ตั้งอยู่ในตำบล
ตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แต่อาชีพหลักดั้งเดิมของชุมชนคนตะเคียนเตี้ย ก็คือทำ
สวนมะพร้าว และก็ยังเป็นอยู่ในวันนี้ ควบคู่ไปกับการเกษตรอื่นๆ วิถีของชาวบ้านยังเป็นชนบท ธรรมชาติ
และอากาศยังบริสุทธิ์ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ชาวชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย จึงรวมตัวกันเพื่อผลักดันพื้นที่หมู่บ้าน
ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ และเป็นการสร้างความแข็งแกร่งและนำรายได้เข้ามาสู่ชุมชน
โดยใช้ บ้าน 100 เสา ของคุณยายทรัพย์ และคุณยายสิน ประกอบธรรม เป็นจุดเริ่มต้นดำเนินการ
พร้อมกันนี้ในช่วงบ่ายเป็นการจัดเวทีสัมมนา โดยได้รับเกียรติจากท่านประชาสัมพันธ์จังหวัด และ
ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชลบุรี เป็นต้น   

สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ เป็นหลักสูตรพลังประชาชนขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีความประสงค์จะอัญเชิญศาสตร์
พระราชา ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการขัลเคลื่อนการพัฒนาในภาคการศึกษา
ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาในภาคธุรกิจ บริการการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและผู้ประกอบ
การรายย่อย ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการต่างประเทศ และยุทธศาสตร์ส่งเสริม
การขับเคลื่อนการพัฒนาด้านความมั่นคง โดยใช้บุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์เป็นกลไกการบูรณาการ
กับพลังประชาชนในรูปแบบประชารัฐ เป็นเครือข่ายขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับประเทศ ระดับเขต
และระดับจังหวัดต่อไป

นายบำรุง เนียมนาถ ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วีชาการและ
ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อย
สร้างคอยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป

สำหรับการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร พลังประชาชนขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในวันนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญของกรมประชาสัมพันธ์ที่ได้ร่วมกับเครือข่ายที่มีอยู่ทั้ง
ประเทศ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่าเรามีพลังที่เป็นกลไกหลักในการตอบสนองนโยบายและงานสำคัญของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิ
ภาพ ซึ่งหมายถึงการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน ทั่วประเทศมีความรู้ความใจในหลักการพัฒนาตาม
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่าง ครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องควบคู้กันไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
22
มทบ.14 จัดพิธีเททอง การจัดสร้างพระเครื่องพระบุชา
     
วันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
พิธีพลีมวลสารเททองนำฤกษ์ การจัดสร้างพระเครื่องพระบูชา หลวงพ่อโสธร “รุ่น 1 ศตวรรษ”
ณ บริเวณหน้าอาคารกีรติสิริโยธิน ค่ายนวมินทราชินี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ตามที่มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี โดยพลตรี ยุทธชัย เทียรทอง ผู้บัญชาการมณฑล
ทหารบกที่ 14 ได้จัดสร้าง พระเครื่องพระบูชา หลวงพ่อพุทธโสธร “รุ่น 1 ศตวรรษ” เพื่อให้พุทธศา
สนิกชนผู้มีจิตศรัทธา บูชาไว้เป็นสิริมงคลและเสริมบารมีแกตนเอง และจัดหารายได้นำไปประกอบ
สาธารณกุศลที่สำคัญ เช่น จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และปรับปรุงอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาล
ค่ายนวมินทราชินีเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ แก่กำลังพลของหน่วยทหารภายในค่ายนวมินทราชินี
และครอบครัว รวมถึงพี่น้องประชาชน ในชุมชนรอบค่ายนวมินทราชินี และประชาชนทั่วไป การจัด
ซื้ออุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง
สนับสนุนกองทุนมูลนิธิ โรงเรียนกอทัพบกอุปถัมภ์ อนุบาลค่ายนวมินทราชินี เพื่อพัฒนาการศึกษา
และช่วยเหลือนักเรียนผู้ด้อยโอกาส และพัฒนาพุทธสถาน มณฑลทหารบกที่14 เพื่อให้เป็นสถานที่
ประกอบศาสนกิจของกำลังพลและประชาชนอีกด้วย

สำหรับการจัดสร้างพระเครื่องพระบูชา หลวงพ่อพุทธโสธร “รุ่น 1 ศตวรรษ” ในวันที่ 23 สิงหาคม 2560
ได้ประกอบพิธีเททองนำฤกษ์ พระบูชาหลวงพ่อโสธร รุ่น 1 ศตวรรษ เป็นพระบูชาขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว
จำนวน 16 องค์ และพระบูชาขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว จำนวน 16 องค์ รวมทั้งสิ้น 32 องค์
โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมกันนี้ได้นิมนต์พระ
เถราจารย์ผู้เปี่ยมบารมีธรรมแห่งยุค ร่วมนั่งปรกอธิฐานจิต เพื่อให้พิธีเกิดความเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์ จำนวน
5 รูป ได้แก่ พระครูวิบูลย์ธรรมกิจ (หลวงปู่บัวเกตุ) วัดป่าบางกึ๊ด จังหวัดเชียงใหม่ ท่านก๋งเตื่อง วัดคลองจาก
จังหวัดตราด หลวงปู่ฮก รตินฺธโร วัดมาบลำบิด พระเทพสุทธาจารย์ (เจ้าคุณอนันต์) วัดเขาบางทราย และ
หลวงพ่อส่วน วัดหนองคล้า จังหวัดชลบุรี

ขอเชิญชาวพุทธศาสนิกชนที่มีความประสงค์ สั่งจองไว้บูชา หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือสั่งจองได้ที่สถานีวิทยุ มทบ.14 ค่ายนวมินทราชินี ตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โทรศัพท์
หมายเลข 038 – 272036 และ 084 – 5380189 หรือ ศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ       
23
ชลบุรี จัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นายวรานนท์ ยิ้มมงคล ปลัดจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธี
เปิดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ณ เทศบาลตำบลหนองชาก
ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายวรานนท์ ยิ้มมงคล
ปลัดจังหวัดชลบุรี มาเป็นประธานเปิดโครงการ “จังหวัดชลบุรียิ้มเคลื่อนที่” ณ เทศบาลตำบล
หนองชาก ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยมี นายพิเนตร เลิศเขมทัต นาย
อำเภอบ้านบึง ตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้สูงอายุ และคนพิการ ในพื้นที่อำเภอ
บ้านบึง จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน

นายวรานนท์ ยิ้มมงคล ปลัดจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี ได้จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์
บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน เป็นประจำโดยออกให้บริการไปยังพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ทุก
ตำบล หมู่บ้าน หมุนเวียนกันไปเป็นประจำทุกเดือน โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เพื่อให้ประชา
ชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ได้รับบริการในทุก ๆ ด้านจากหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งเพื่อให้หน่วยงาน
ส่วนราชการได้มีการบูรณาการร่วมกันในการให้บริการประชาชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง
ประชาชนกับหน่วยงานรัฐ อันจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และที่สำคัญ
ข้าราชการรัฐที่มีส่วนร่วมในโครงการจะได้ร่วมกันสร้างความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อของ
แผ่นดิน ภาย ในงานเป็นกิจกรรมออกหน่วยบริการในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย สำนักงานกาชาด
จังหวัดชลบุรี ได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภค แว่นตา และชุดนักเรียน มอบให้กับผู้สูงอายุ และนักเรียน
ที่ยากจน หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดเกษตรเคลื่อนที่ โรงเรียนสารพัดช่างมาตัดผม
ฟรี ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และยังมีอีกหลายหน่วยที่คอยให้บริหารประชาชน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
24
ครบรอบปีที่ 84 วันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 14
     
วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560 พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีวัน
สถาปนามณฑลทหารบกที่14 ครบรอบปีที่ 84 ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี

พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ชลบุรี พลตรียุทธชัย เทียรทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 อธิบดีผู้พิพากษา ภาค2 ตำรวจ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม และชมรมต่างๆ มาร่วมงาน
วันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 14 ครบรอบปีที่ 84 ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี

สำหรับประวัติมณฑลทหารบกที่14 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ค่ายนวมินทราชินี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เดิมเป็น
จังหวัดทหารบกฉะเชิงเทราที่ตั้งอยู่ที่ ค่ายศรีโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีภารกิจ ให้การสนับสนุน
ทางด้านธุรการ และการส่งกำลังบำรุง ให้กับ ช.พัน2 รอ. ต่อมาย้ายเข้ามาตั้งแห่งใหม่ที่ค่าย กิติตขจร อำเภอ
เมือง จังหวัดชลบุรี และเปิดสำนักงานใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2513 เพื่อสนับสนุน กรมทหารราบที่ 21
รักษาพระองค์ฯ อีกหน่วยหนึ่ง

ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดทหารบกชลบุรี และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 89 ตอนที่ 130
ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2515 จึงได้ถือเอาวันที่ 3 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสถาปนา จังหวัดทหารบกชลบุรี
ต่อมาทหารบกได้ขยายอัตรา จังหวัดทหารบกชลบุรี และให้ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชลบุรี มียศเป็นพลตรี
จนกระทั้งในปี 2524 ได้มี กฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ.2524) ได้จัดจากการเป็นหน่วยขึ้นตรง ของมณฑล
ทหารบกที่ 2 มาเป็นหน่วยขึ้นตรง ของกองทัพภาคที่1 โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี
ระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด จากนั้นได้แปรสภาพเป็นมณฑลทหารบกที่14 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2533
จึงได้ถือเอาวันที่ 14 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันสถาปนา

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
25
พสกนิกรชาวชลบุรี ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

พสกนิกรชาวชลบุรี ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ จำนวนมาก
     
วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย
นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นำคณะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น คณะกาชาดจังหวัด และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่าทำบุญตักบาตร เนื่องในวันเป็นวันเฉลิม
พระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ บริเวณหอพระพุทธสิหิงค์
     
เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ
นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 86 รูป
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรัชกาลที่9 ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 ที่ทรงประกอบพระราชกรณีย
กิจมากมายในการช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพพิเศษ ซึ่งเป็นการสร้าง
อาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ หรือพระราชเสาวนีย์ของพระองค์ท่านในเรื่องของการการแลรักษา
สภาพแวดล้อม และการปลูกป่าเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
     
สำหรับสิ่งของที่ประชาชนใส่บาตรในวันนี้ คณะสงฆ์จะนำไปถวายแด่พระภิษุสงฆ์ที่อาพาสต่างโรงพยาบาลต่างๆ
ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี อีกส่วนนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้วยโอกาส ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียงต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ ?
26
ชลบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ชลบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560
       
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 พ.อ.พิเศษ ทัศไนย ประทุมทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง
ภายในจังหวัดชลบุรี(ฝ่ายทหาร) เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ
นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560

ณ อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอ
เกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรี ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี
พร้อมด้วยคณะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน  นักศึกษา
พ่อค้า ประชาชน ในอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติและ
แสดงถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา
12 สิงหาคม 2560 เพื่อเป็นการฟื้นฟูรักษาระบบนิเวศน์และขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มี
คุณค่าและสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชน และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือร่วมใจและให้ประชาชนเห็นความ
สำคัญถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ 

นายบัญชา สุขแก้ว ประมงจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะ
เลี้ยงสัตว์น้ำจืดระยอง โครงการก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 8 และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบุญมี
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์ ได้ร่วมกัน คัดเลือกอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร อันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ หมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์  อำเภอเกาะจันทร์  จังหวัดชลบุรี  ซึ่งมีสภาพเหมาะสม กับการปล่อย
พันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 400,000 ตัว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม
รวม 200 คน
       
พ.อ.พิเศษ ทัศไนย ประทุมทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี(ฝ่ายทหาร) กล่าวว่า
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชกรณียกิจ ใน
การเสด็จทรงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอยู่เนืองนิจ อันเป็นการช่วยฟื้นฟู รักษาระบบนิเวศน์ และเป็นการขยายพันธุ์สัตว์
น้ำที่เป็นแหล่งเพิ่มอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าและสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณา
ประชาราษฎร์และบ้านเมืองเสมอมา โดยมิทรงย่อท้อ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณ ที่ทรงปฏิบัติ
อย่างมากมาย ล้วนจารึกในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป
   
สำหรับกิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย นับว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญเป็น
อย่างยิ่ง กิจกรรมหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ที่ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี ได้มีโอกาสรวมพลังเพื่อแสดงความ
จงรักภักดี และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
27
กอ.รมน. จัดอบรมปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ ศาสน์ กษัตริย์และคุณธรรมจริยธรรม
     
วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 พันเอก (พิเศษ) พันเอก (พิเศษ) ทัศไนย ประทุมทอง
รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (ฝ่ายทหาร) ได้มอบหมายให้ พันโท สุขสันต์ กุลพงษ์
รองหัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการด้านความมั่นคง กองอำนวยการักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี
ต้อนรับคณะ พลตรี พิชัย เข็มทอง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมาเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมการปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ และคุณธรรมจริยธรรม ณ ห้องประชุมสารภี  โรงเรียนชลราษฏรอำรุง โดยนำนักเรียน
มัธยมศึกษา ระดับ ม.4 ม.5 และม.6 เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
       
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดอบรมโครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ
การปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และคุณธรรมจริยธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึก
ให้เยาวชนไทยในสถานศึกษา มีความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีคุณธรรม
จริยธรรม มีความรัก ความสามัคคี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมาก
กว่าส่วนอื่น และพร้อมเป็นคนเครือข่ายด้านความมั่นคงอีกด้วย
       
พลตรี พิชัย เข็มทอง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคง
ภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า ด้วยสภาพทางสังคมจิตวิทยาและเศรษฐกิจที่เกิดความสับสน การเมืองส่วน
ผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเยาวชนไทย และประชาชนทั่วไป เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใน
ด้านคุณธรรมจริยธรรม และความเชื่อมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ตลอดจนความคิดริเริ่มที่มีส่วนร่มในการแก้ปัญหาซึ่งมีผลกระทบ ต่อสังคมไทยอย่างกว้างขวาง หากเยาวชน
ได้รับการปลูกจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรม ทำให้เยาวนมีความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และ
ความเสียสละ เป็นกำลังสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของชาติอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
     
สำหรับสถาบันหลักของชาติ ประกอบด้วย สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจที่นำ
พาประเทศไปสู่ความมั่งคงโดยเฉาพะ สถาบันพระมาหกษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็น
อย่างยิ่ง ซึ่งได้ปกครอง ปวงอาณาประชาราษฏร์ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะพระมหา
กษัตริย์ทุกพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงดูแลแก้ปัญหาของประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่างๆ มาได้จนถึง
ปัจจุบันนี้

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
28
ชลบุรี จัดพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ
     
วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
พิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร และ kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี
เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ณ องค์การบริการส่วนตำบลเกษตรสุวรรณ อำเภอบ่อทอง
จังหวัดชลบุรี

ตามที่จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจักงานเฉลิมพรเกียรติ ภายใต้ชื่อ “งานสัปดาห์เฉลิมพรเกียรติ สมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดิทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา
28 กรกฎาคม 2560” โดยการจัดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณา
ธิคุณและร่วมแสดงความจงรักภักดีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อม
ทั้งให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ได้รับความรู้
ด้านวิชาการ และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน เป็นการสร้างภาพ
พจน์ และภาพลักษณ์ด้านวิชาการ นวัตกรรม และเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ต่อประชาชน โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การลงนามถวายพระพรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประกอบด้วย คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิก
ประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมายการประกวดอาหารคาวและหวาน
และคลินิกอื่นๆ

การสาธิตด้านเคหกิจเกษตร การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการให้บริการของหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง มีเกษตรกรมาร่วมงาน และเข้าร่วมบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และเนื่องใน
โอกาสอันเป็นมิ่งมงคลนี้ ได้จัดกิจกรรม kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อ
การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหา
วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ ขณะนี้โครงการได้เปิดตัว
อย่างพร้อมเพรียง และดำเนินการครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีแล้ว 115 ชุมชน มีโครงการที่ชุมชน
เสนอผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่ของชุมชนเองและปฏิบัติ
จริง โดยคณะกรรมการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่าง
ยั่งยืน ระดับอำเภออนุมัติและผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานของสำนักงบประมาณแล้ว จำนวน 281
โครงการวงเงิน 192 ล้านบาทเศษ การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภา
เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆในจังหวัดชลบุรี

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา
28 กรกฎาคม 2560 และ kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตร
อย่างยั่งยืน ในวันนี้พสกนิกรชาวจังหวัดชลบุรี ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลเดชที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้อุทิศพระ
วรกาย พระปัญญา และพระราชทรัพย์ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์ แก่อาณา
ประชาราษฎร์ โดยจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ จำนวน 4,685
โครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในด้านต่างๆ ได้อย่างมั่นคงยั่งยืน
และทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา เป็นที่ประจักษ์ประทับ
อยู่ในใจของพสกนิกรและก่อให้เกิดความสงบ ร่มเย็น ตลอดจนความเจริญก้าวหน้า แก่ประเทศชาติและพสกนิกร
ตลอดมา และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการบำบัดทุกข์ แก่อาณาประชาราษฎร์ด้วยความสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินโครง
การ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในการสร้างความเข้มแข็ง
ให้แก่เกษตรกร และชุมชนโดยการน้อมนำหลักการและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ที่พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตร
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและเพิ่มรายได้
ให้แก่เกษตรกรและชุมชน และเพื่อให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่าย
เป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน และคาดว่าชุมชนที่เข้า
ร่วมโครงการมีความเข้มแข็ง เกิดการเรียนรู้ และมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระ
ราชทานของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล เกษตรกร
มีรายได้เพิ่มขึ้นเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในชุมชน 9,101 ชุมชน (ศพก.และ
เครือข่าย) มีการบริหารจัดการด้านการเกษตรตรงตามความต้องการของชุมชน และขอเน้นย้ำว่าการดำเนินงาน
ทุกขั้นตอน ต้องดำเนินการ ด้วยความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม มุ่งมั่นให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง และ
พัฒนาให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
29
จังหวัดชลบุรีทำพิธีถวายราชสักการะ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี
วางพวงมาลาถวายราชสักการะวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ
อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ตามที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นที่แน่ชัดว่า วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2231 เป็นวันเสด็จสวรรคตของ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 มีมติเห็นชอบให้
วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (พ.ศ. 2175 - พ.ศ. 2231
ครองราชย์ พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) มีหลายพระนาม คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 หรือ สมเด็จพระรามาธิบดี
ศรีสรรเพชรญ์ เป็นพระราชโอรสของ พระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา กับพระราชธิดา
ของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เหตุที่มีพระนามว่า "นารายณ์" มีที่มาน่าสนใจคือ มีพระญาติวงศ์เหลือบเห็นเป็น 4 กร
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ
ตลอดรัชกาลของพระองค์ ทั้งด้านการทหาร วรรณคดี และการทูต โดยเฉพาะการส่งคณะราชทูต นำโดยเจ้าพระยา
โกษาธิบดี (ปาน) ไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บง

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่าง ยิ่ง ทรงสร้างความรุ่งเรือง และ
ความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก โดยทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองพม่าอีกหลายเมือง
ได้แก่ เมืองจิตตะกอง สิเรียม ย่างกุ้ง แปร ตองอู หงสาวดี และมีกำลังสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระนารายณ์นั้นสามารถ
ยึดหัวเมืองของพม่าได้คือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
รุ่งเรืองขึ้นมาอีก ครั้ง โดยมีการติดต่อทั้งด้านการค้าและการทูตกับประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และ
ฮอลันดา มีชาวต่างชาติเข้ามาในพระราชอาณาจักรเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้รวมถึงเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ชาวกรีก
ที่รับราชการตำแหน่งสูงถึงที่ สมุหนายกขณะ เดียวกันยังโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราช
สำนักฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้งด้วยกัน ผู้ที่เขียนเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา และสยามมากที่สุด
ในสมัยนี้ก็คือ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เลื่องลือ พระเกียรติยศในพระราโชบายทางคบค้าสมาคม
กับชาวต่างประเทศ รักษาเอกราชของชาติให้พ้นจากการเบียดเบียนของชาวต่างชาติและรับผลประโยชน์ ทั้งทาง
วิทยาการและเศรษฐกิจที่ชนต่างชาตินำเข้ามา นอกจากนี้ ยังได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงกวีและงานด้านวรรณคดีอันเป็นศิลปะ
ที่รุ่งเรืองที่สุด ในยุคนั้น เมื่อสมเด็จพระนารายณ์เสด็จเถลิงถวัยราชสมบัติ ณ ราชอาณาจักรศรีอยุธยาแล้ว ปัญหากิจ
การบ้านเมืองในรัชสมัยของพระองค์เป็นไปในทางเกี่ยวข้องกับชาวต่าง ประเทศเป็นส่วนใหญ่ ด้วยในขณะนั้น มีชาว
ต่างประเทศเข้ามาค้าขาย และอยู่ในราชอาณาจักรไทยมากว่าที่เคยเป็นมาในกาลก่อน ที่สำคัญมาก คือ ชาวยุโรป
ซึ่งเป็นชาติใหญ่มีกำลังทรัพย์ กำลังอาวุธ และผู้คน ตลอดจน มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการต่าง ๆ เหนือกว่า
ชาวเอเชียมาก และชาวยุโรปเหล่านี้กำลังอยู่ในสมัยขยายการค้า ลัทธิคริสต์ศาสนา และอำนาจทางการเมืองของ
พวกตนมาสู่ดินแดนตะวันออก

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงรับเอาวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ เช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ รวมทั้งยังมี
การรับเทคโนโลยีการสร้างน้ำพุ จากชาวยุโรป และวางระบบท่อประปาภายในพระราชวังอีกด้วย  ด้านวรรณกรรมใน
สมเด็จพระนารายณ์มิใช่เพียงทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการทูตเท่านั้น หากทรงเป็นกวีและทรงอุปถัมภ์กวีในยุค
ของพระองค์อย่างมากมาย กวีลือนามแห่งรัชสมัยของพระองค์ก็ได้แก่ พระโหราธิบดี หรือพระมหาราชครู ผู้ประพันธ์
หนังสือจินดามณี ซึ่งเป็นตำราเรียนภาษาไทยเล่มแรก และตอนหนึ่งของเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์ (อีกตอนหนึ่งเป็น
พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระนารายณ์) กวีอีกผู้หนึ่งคือ ศรีปราชญ์ ผู้เป็นปฏิภาณกวี เป็นบุตรของพระโหราธิบดี
งานชิ้นสำคัญของศรีปราชญ์ คือ หนังสือกำศรวลศรีปราชญ์ และอนุรุทรคำฉันท์ด้วยพระปรีชาสามารถดังได้บรรยาย
มาแล้ว สมเด็จพระนารายณ์จึงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น มหาราช พระองค์หนึ่ง

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
30
ตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย)

ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์
บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย)

(3 ก.ค. 60) พลตํารวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายอภิชาติ วีรปาล รองนายก
เมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ
ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้(แหลมบาลีฮาย)โดยมีนายสุนทร สมประมัย รักษาการผู้อำนวยการสำนัก
การช่าง นายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข หัวหน้าหน้าฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง นายศรศักดิ์ ปาระ หัวหน้าควบคุม
งาน บริษัท บี.เอส แอนด์ บี.เอส พัทยา จำกัด (บริษัทผู้รับจ้าง)

และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม
เหมาะสมกับเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว พร้อมทั้งรองรับการจัดงานมหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ
เนื่องในโอกาส ครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน ระหว่างวันที่ 13 – 22 พฤศจิกายน 2560 นี้
Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 10