Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ออกตรวจเยี่ยมจุดร่วมและจุดบริการประชาชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ออกตรวจเยี่ยมจุดร่วมและจุดบริการประชาชนในพื้นที่
     
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
พร้อมคณะออกตรวจเยี่ยมจุดร่วมและจุดบริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดชลบุรี
       
ตามที่จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561
จังหวัดชลบุรี เพื่อให้ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ระหว่างวันที่
28 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2561 เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลรักษาความปลอดภัย
ของประชาชนในช่วงเทศกาลบปีใหม่ มีเป้าหมายและแนวทางการดำเนินการในการสร้างความ
ปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุได้
อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็ด (Admit)
         
จังหวัดชลบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นหัวหน้า
คณะทำงาน และในวันนี้ นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะออกตรวจ
เยี่ยมจุดร่วมและจุดบริการประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี , อำเภอพานทอง , อำเภอพนัสนิคม ,
และ อำเภอบ้านบึง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติ
ตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติด้วยจิตสำนึกที่ดีโดยไม่ต้องมีผู้หนึ่งผู้ใดมาบังคับ

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
12
ชลบุรีเข้มความปลอดภัยจุดทางบกและทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่

ชลบุรีเข้มความปลอดภัย 27 จุดทางบก และทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่
         
เมื่อวันนี้ 29 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา นายเชาวลิตร แสงอุทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำนวยความสะดวกและดูแล
ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561
ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.2560- วันที่ 3 ม.ค.2561 จำนวน 6 จุด ดังนี้

1.จุดตรวจเยี่ยมแยกเกษมพล  อ.สัตหีบ
2.จุดตรวจ? บริเวณหน้าเทศบาลตำบลนาจอมเทียน
3.จุดตรวจความปลอดภัยทางน้ำ? ท่าเรือแหลมบาลีฮาย
4.จุดตรวจหน้า? สภ.บางละมุง
5.จุดตรวจความปลอดภัยทางน้ำบริเวณท่าเรือจรินทร์? อ.ศรีราชา และ
6.จุดตรวจหน้า? สภ.ศรีราชา

พบว่าการจราจรบนถนนสุขุมวิท ได้ตั้งด่านอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งจุดตัดรถไฟ
ที่นำป้ายเตือนมาติดตั้งไว้ทุกจุด เพื่อความปลอดภัย ร่วมทั้งผู้ให้บริการเรือข้ามฟากปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้เป็นอย่างดี โดยให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่โดยสารเรือข้ามฟากจะต้องใส่เสื้อชูชีพกันทุกคน โดยเข้ม
งวดการบรรทุกคนไม่ให้เกินจำนวนที่นั่งที่เรือสามารถบรรทุกได้
         
นายเชาวลิตร แสงอุทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีมาตรการดูแลความปลอดภัย
การใช้รถใช้ถนนและเรือข้ามฟาก โดยมีจุดตรวจหลักทางถนนทั้งสิ้น 27 จุด เป็นทางน้ำ 3 อำเภอ คือ
อำเภอบางละมุง, อำเภอศรีราชา, และอำเภอเกาะสีชัง ซึ่งการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ จำนวนผู้โดยสาร
ต้องครบตามจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ผู้โดยสารทุกคนจะต้องสวมเสื้อชูชีพ หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่
ปล่อยให้เรือออก ในช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 น.จะไม่ให้เรือเอกชน เรือเช่า
เหมาออกรับส่งผู้โดยสาร เนื่องจากป้องการขับเรือเฉี่ยวชนกัน ส่วนทางด้านถนนก็จะมีนายอำเภอแต่ละ
อำเภอเป็นผู้ควบคุมศูนย์ รวมทั้งจุดตัดรถไฟที่จังหวัดชลบุรีมีถึง 143 จุด ทุกจุดมีเครื่องกั้น พร้อมทั้งเพิ่ม
ป้ายเตือน เป็นการรองรับนักท่องเที่ยวซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาจังหวัดชลบุรีกว่า 1 ล้านคน และยังกำชับ
เจ้าหน้าที่ด้วยการใช้วาจาสุภาพกับที่ใช้รถใช่ถนนอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
13
ชาวชลบุรี พร้อมรับหัวหน้าส่วนราชการที่มาดำรงตำแหน่งใหม่ในพื้นที่
         
วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ตามที่จังหวัดชลบุรี ได้จัดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ
เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่น ช่วย
แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวชลบุรี และในวันนี้จังหวัดชลบุรี ได้รายงานรายชื่อผู้
บริหารที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

เริ่มที่นายกิตติพงศ์ ผลประยูร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี ย้ายมาดำรงตำแหน่ง
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี แทนนายธนิต สุขมาลี กลับไปดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาพนัสนิคม
       
นายประพฤทธิ์ โภคา สหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ย้ายมาดำรงตำแหน่ง สหกรณ์จังหวัดชลบุรี แทน
นายประทีป หนูวรรณะ เนื่องจากเกษียณอายุราชการ
       
นายเต็ม เสืออ่วม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต2
ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต1
แทนนายวสันต์ นาวเหนียว เนื่องจากเกษียณอายุราชการ
       
นายเอกวัสส์ อุษณีษ์พันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต3
ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต2 แทนนาย
ธานินทร์ ชลจิตต์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี
     
นางสาวสายทอง จิตต์สว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี ย้าย
มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี   
แทนนายทองจริง ศิริไพบูลย์ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย
จังหวัดจันทบุรี
       
นางสาวจิราภรณ์ ปุญญฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารการคลัง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ย้ายมาดำรง
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี แทนนายธวัช เบญจาทิกุล ย้ายไปดำรง
ตำแหน่งรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
       
นายเชาวฤทธิ์ ลำพาย รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด ย้ายมารักษาการตำแหน่ง
ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบางแสน แทนนางสุวรรณา พงษ์ศรีศุภกร ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวย
การวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย จังหวัด กรุงเทพมหานคร
       
นายสมเกียรติ กาญจนาคาร ประมงจังหวัดศรีสะเกษ ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ประมงจังหวัดชลบุรี แทน
นายบัญชา สุขแก้ว ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ชายฝั่ง กรมประมง

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
14
ชลบุรี จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ พ่อตัวอย่างของจังหวัดชลบุรี

ชลบุรี จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ พ่อตัวอย่างของจังหวัดชลบุรี ปี 2560
       
วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560 จังหวัดชลบุรี ได้จัดการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือน
พฤศจิกายน 2560 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่น ช่วยแก้ไขปัญหา
ให้กับพี่น้องประชาชนชาวชลบุรี โดยมีนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี
         
นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร ผู้อำนวยการกลุ่งานบริหารทรัพยากรบุคคล รักษาราชการแทนหัวหน้า
สำนักงานจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการให้จังหวัดทุกจังหวัด คัดเลือก
บุคคลผู้สมควรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2560 จังหวัดละ 2 ท่าน เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับ
สนุนการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ ปี 2560 ของสมาคมผู้อาสาสมัคราและช่วยการศึกษา นั้น
       
สำหรับจังหวัดชลบุรี ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้สมควรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ
ของจังหวัดชลบุรี และได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้สมควรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี
2560 ซึ่งผลการพิจารณาคัดเลือกมีดังนี้ 1.นายทุนทร ธัญญวัฒนกุล 2.นายมานพ ประกอบธรรม
       
นอกจากนี้ ในการประชุมของคระกรรมการการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้สมควรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ
ของจังหวัดชลบุรี ได้มีมติเห็นชอบร่วมกัน ให้นายปรีชา มงคลทรัพย์ และนายยอม ทานนท์ เป็นบุคคล
ที่สมควรได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ เป็นพ่อตัวอย่างของจังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับรางวัล
“พ่อตัวอย่างของจังหวัดชลบุรี ปี 2560” ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
15
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเกาะฝูงลีเมอร์หางแหวนแห่งเกาะมาดากัสการ์

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเกาะฝูงลีเมอร์หางแหวนแห่งเกาะมาดากัสการ์ใหม่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ช่วงปีใหม่
         
วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว นำสื่อมวลชนชมกิจกรรม
“Lemur Return” ซึ่งเป็นการกลับมาอีกครั้งของ ฝูงลีเมอร์หางแหวนแห่งเกาะมาดากัสการ์ ที่ได้รับความนิยม หลังจาก
ปิดปรับปรุงพื้นที่ไปเป็นเวลากว่า 6 เดือน โดยได้เพิ่มเติมส่วนสำคัญ คือเรื่องความปลอดภัยในการชมของนักท่องเที่ยว
จำลองส่วนแสดงที่ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม มีการสร้างต้นเบาบับ (Baobab)
ต้นไม้ ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะมาดากัสการ์ เป็นที่อยู่ของลีเมอร์ และเพิ่มความเป็นอิสระของลีเมอร์ โดยจัดแต่งภูมิทัศน์
บนเกาะให้มีต้นไม้ กิ่งไม้ สะพานเชือก เพื่อให้ลีเมอร์ปีนป่ายไปทั่วเกาะ ตามพฤติกรรมธรรมชาติ   ซึ่งบนเกาะกลาง
น้ำนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหาร และถ่ายรูปคู่กับลีเมอร์หางแหวนได้อย่างใกล้ชิด พร้อมได้เรียนรู้ถึงชีวิตความเป็น
อยู่ของลีเมอร์หางแหวน ประสบการณ์ใหม่ที่หาได้จากที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เท่านั้น
         
นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำงานอนุรักษ์สัตว์ป่า
นอกถิ่นอาศัย มาผนวกกับการสร้างจิตสำนึกในการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ที่มาจากต่างถิ่น ทั้งนี้ ลีเมอร์หางแหวน เป็นส่วนหนึ่ง
ของสัตว์ป่า ที่มีความพิเศษเป็นการเฉพาะ พบได้ที่ หมู่เกาะมาดากัสการ์ เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก กลางมหา
สมุทรอินเดียเท่านั้น ซึ่งมีสัตว์และพรรณไม้แปลกๆ มากมาย แต่เป็นที่น่าห่วงใยคือ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเหล่านั้นกำลังจะ
สูญพันธ์ จากธรรมชาติ ดังนั้นการจัดกิจกรรม Lemur Return นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส
ประสบการณ์ใหม่ในการเที่ยวสวนสัตว์แล้ว ท่านที่ได้รับสิทธิ์ให้ขึ้นเกาะลีเมอร์ ยังจะได้มีส่วนร่วมสบทบทุนสนับสนุน
กองทุน MFG (Madagascar Fauna and Flora Group) ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อนำดอกผลไปช่วยเหลืองานด้านการอนุรักษ์
ในเกาะมาดากัสการ์ โดยเกาะลีเมอร์แห่งนี้ จะเปิดให้ผู้สนใจ ล่องแพไปขึ้นเกาะเพื่อพบกับฝูงลีเมอร์หางแหวนจำนวน 15 ตัว
เป็นเพศผู้ 9 ตัว เพศเมีย 6 ตัว โดยท่านสามารถถ่ายภาพและให้อาหารอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย พร้อมสาระความรู้จาก
Zoo Keeper ผู้มีประสบการณ์ตลอดโปรแกรม
         
ในเทศกาลปีใหม่นี้ ขอเชิญทุกท่านมาพบกับประสบการณ์สุดพิเศษ และความน่ารักของลีเมอร์หางแหวน ที่สวนสัตว์เปิด
เขาเขียว บริเวณส่วนแสดงสัตว์แอฟริกา จองสิทธิ์ในการเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-3831-8444
www.kkopenzoo.com ซึ่งแต่ละวันจะมีการจำกัดจำนวนของผู้มีสิทธิ์ ขึ้นเกาะลีเมอร์วันละไม่เกิน 100 ท่าน เท่านั้น
         
สำหรับลีเมอร์หางปล้อง หรือลีเมอร์หางแหวน (Ring-tailed Lemur) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lemur catta วงศ์ Lemuridae
ลักษณะทั่วไป ลีเมอร์หางปล้องเป็นใน Older Primates มีขนสีเทา ลักษณะเด่นอยู่ที่หางยาวฟูมีสีดำคาดเป็นปล้องๆ ตั้งแต่
โคนหางจนถึงปลายหาง ปีนต้นไม้เก่ง และว่องไว สามารถกระโดดจากกิ่งหนึ่งไปยังกิ่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ขนาดลำตัวเมื่อโต
เต็มวัยประมาณ 46 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5.5 กก. หางยาวประมาณ 56 เซนติเมตร ซึ่งยาวกว่าลำตัว
           
ลีเมอร์หางแหวนอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 25 ตัว ถิ่นอาศัย พบอาศัยอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ในเกาะมาดากัสการ์
ทวีปแอฟริกา โดยลักษณะของพื้นที่อาศัยเป็นป่าผลัดใบ มีหญ้าปกคลุมพื้นล่าง หรือบริเวณป่าชายฝั่งแม่น้ำ ลีเมอร์ชนิดนี้จะ
อาศัยในพื้นที่ๆ สูงกว่าลีเมอร์ชนิดอื่นๆ กินผลไม้ และยอดไม้เป็นอาหาร โดยเฉพาะมะขามเป็นอาหารโปรด อาหารอื่นๆ ได้แก่
ยอดไม้ ดอกไม้ เปลือกไม้ รวมถึงยางไม้บางชนิดด้วย นอกจากนั้น ยังกินแมลง ไส้เดือน และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิด
ด้วย สอบถามรายละเอียดโทร 038-318444 หรือ www.kkopenzoo.com

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
16
สำนักนายก จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน
         
วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่1 ณ ห้องประชุมเจตบอลรูม
โรงแรมการ์เด้นคลิฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายอิทธิพล ช่างกลึงดี
ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวรายงานการประชุม และได้รับ
เกียรติจากนายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร ผู้อำนวยการกลุ่งานบริหารทรัพยากรบุคคล รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนัก
งานจังหวัดชลบุรี ให้การตอนรับผู้เข้าร่วมประชุมและให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากลไก
การมีส่นร่วมของประชาชนอีกด้วย
         
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริการประชาชน ได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา
กลำกการมีส่วนร่วมของประชาชน ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ แนวคิด เทคนิคและวิธี
การการมีส่วนร่วมของประชาชน ขั้นตอนวิธีการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิด
เห็นของประชาชน พ.ศ.2548 ร่วมทั้งเป็นเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ระหว่างภาครัฐและหน่วยงาน
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนากระบวนการและกลไกการมีส่วนร่วม
ของประชาชนในการบริหารงานภาครัฐ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา
กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 จัดที่พื้นที่จังหวัดชลบุรีในวันนี้ และครั้งที่2 จัดขึ้น
ในพื้นที่จุงหวัดเชียงราย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
       
นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีระเบียบเปิดรับฟังความคิดของ
ประชาชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยมีผลบังคับให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติและดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2548 เป็นต้นมา โดยระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ ราชการส่วนกลาง
ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นใดของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ต้องเผยแพร่ข้อมูลและ หรือรับฟังความ
คิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการของรัฐ และกำหนดให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่
กำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ และแนะนำหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
       
สำหรับการประชุมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 200 คน ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น 
องค์การบริหารส่วนจัหววัด เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการมี
ส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และระยอง ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง
ซึ่งในช่วงเช้า เป็นการอภิปราย ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่สำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง”การปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายก
รัฐมนตรี ว่าด้วยการับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548” โดยผู้แทนศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายก
รัฐมนตรี และเรื่อง “หลังการ แนวคิด เทคนิค และวิธีการการมีส่นวร่วมของประชาชนกับการนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน”
โดยนายวีระ หลังสัจจะโชค อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา ส่วนในช่วงบ่าย เป็นประชุมแบบแบ่ง
กลุ่มย่อยเพื่อตอบข้อซักถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้และระดมความคิดเป็นในประเด็น 2 ประเด็นดังนี้ 1.การเข้าถึงการใช้ประโยชน์
เว็บไซต์การรับฟัความคิดเห็ฯของปรชาชน ที่ www.publicconsultation.opm.go.th ส่วรประเด็นที่2 ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยว
กับการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ส.2548 โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จากกรณีตัวอย่างโครงการที่ส่นราชการมีข้อหารือ และขอรับคำปรึกษา จากสำนังานปลัดสำนักงานนายกรรัฐมนตรีต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ     
17
อุตสาหกรรม จัดโครงการ 50 ปี ส.อ.ท. มอบจักรยาน 7,000 คัน

อุตสาหกรรม จัดโครงการ “50 ปี ส.อ.ท. มอบจักรยาน 7,000 คัน ปันรัก...สู่โรงเรียนขาดแคลน”
       
วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
มอบจักรยาน จำนวน 220 คัน ตามโครงการ “50 ปี ส.อ.ท. มอบจักรยาน 7,000 คัน ปันรัก...สู่โรงเรียน
ขาดแคลน”  ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ อำเมืองชลบุรี
     
เนื่องในโอกาสที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครบรอบการก่อตั้ง 50 ปี ในปี พ.ศ. 2560 มูลนิธิพัฒนา
สภาอุตสาหกรรม โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จัดโครง
การ “50 ปี ส.อ.ท. มอบจักรยาน 7,000 คัน ปันรัก...สู่โรงเรียนขาดแคลน” เพื่อสังคม สำหรับสภาอุตสาห
กรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมสมาชิกให้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และกระตุ้น
ให้เกิดการสร้างจิตสำนึกที่ดี สร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบรถ
จักรยานให้กับนักเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีฐานะยากจน และด้อยโอกาสได้ยืมเรียน โดยจะมอบผ่านโรงเรียน
ต่างๆ ทั่วประเทศ ในปี 2559 - 2560 รวมจำนวนทั้งสิ้น 7,000 คัน ให้นักเรียนที่ขาดแคลนและบ้านอยู่ห่างไกล
โรงเรียนสามารถเดินทางมาโรงเรียนได้สะดวกขึ้น
       
นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ  ประธานสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องใน
โอกาสครบรอบ 50 ปี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อ
เฉลิมฉลองในวาระพิเศษนี้  ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมนั้น คือ โครงการ “มอบจักรยาน 7,000  คัน ปันรัก...สู่โรงเรียน
ขาดแคลน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบรถจักรยานให้กับนักเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีฐานะยากจนและบ้าน
อยู่ห่างไกลโรงเรียนได้ยืมเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเดินทางมาเรียนหนังสือได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อ
นักเรียนที่รับจักรยานในรุ่นนี้ที่เรียนจบแล้วจะต้องส่งมอบจักรยานสู่รุ่นน้องต่อไป โดยคณะครู อาจารย์ และนักเรียน
จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ ดูแลจักรยานให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ สามารถส่งต่อสู่นักเรียนรุ่นต่อไปได้
อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับนักเรียน
       
สำหรับจังหวัดชลบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และสมาชิกสภา
อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อสังคม โดยร่วมบริจาคเงิน
สนับสนุนโครงการโดยนำเงินไปจัดซื้อรถจักรยานเพื่อมอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวนทั้งสิ้น 220 คัน
โดยมีผู้แทนจากสำนักงานประถมศึกษา ทั้ง 3 เขต มามอบเพื่อไปมอบให้กับนักเรียนต่อไป 
       
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการ “50 ปี ส.อ.ท.มอบจักรยาน 7,000 คัน
ปันรัก...สู่โรงเรียนขาดแคลน”  เป็นเสมือนการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้แก่เยาวชน เพื่อเปิดโอกาสที่ดีให้
กับเด็กนักเรียนที่มีบ้านอยู่ห่างไกลได้รับความสะดวกในการเดินทางไปโรงเรียนสอนในเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน
ระหว่างคุณครู และนักเรียน ซึ่งเมื่อนักเรียนที่รับจักรยานในรุ่นนี้ที่เรียนจบแล้วจะต้องส่งมอบจักรยานสู่รุ่นน้องต่อไป
อีกทั้ง ยังเป็นการปลูกฝังความรับผิดชอบในการดูแลสิ่งของ เครื่องใช้ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับโรงเรียน
ในจังหวัดชลบุรีต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
18
เทคนิคชลบุรี จัดกิจกรรม อาชีวะโชว์พราว 4.0
       
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมอาชีวะโชว์พราว 4.0 ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ตำบลหนองชาก อำเภอ
บ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายปริวัฒน์ ถานิสโร ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะให้การต้อนรับ
       
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
และเครือข่ายเยาวชน “โคตรอินดี้” จัดงานมหกรรม อาชีวะโชว์พราว 4.0 ซึ่งจังหวัดชลบุรี เป็นอันดับที่ 31
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายนักรณรงค์ และนักส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีในระดับอาชีวศึกษา บน
เครือข่ายสังคมออนไลน์ ผ่านเฟสบุ๊ค แฟนเพจ สนับสนุนให้เด็กอาชีวะ สร้างสรรค์สื่อน้ำดี เผยแพรในโลก
ออนไลน์ จุดประกายให้เด็กอาชีวะได้แสดงศักยภาพ โดยบูรณาการทักษะความรู้ความสามารถที่มีคิดทำ
ประโยชน์แก่คนรอบข้างและสังคม และเพื่อเป็นการก้าวเข้าสู่ประเทศไทย ยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างมั่นคง
ซึ่งโครงการอาชีวะโชว์พราว 4.0 เป็นการตั้งใจให้สถาบันศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัด 77 จังหวัดทั่ว
ประเทศ ได้มีการตื่นตัวของเด็กอาชีวะศึกษาต่อไป
       
สำหรับกิจกรรมภายในงานได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนโชว์ของ เป็นโซนที่จัดการ
แสดงผลงาน นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ของสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดชลบุรี โซนโชว์เฮลท์
เป็นโซนเพื่อสุขภาพ คุณหมอและพยาบาลจะทำการตรวจสุขภาพและส่งเสริมสุขลักษณะนิสัย ให้กับนักเรียน
นักศึกษา และโซนสุดท้ายเป็นโซนโชว์กึ๋น จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และพฤติกรรมของคน
ที่มีต่อบุหรี่ สุรา ยาเสพติด การใช้ความรุนแรง การศึกษาเรื่องเพศ และการเกิดโรคต่างๆ ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่าง
นักเรียน นักศึกษากับวิทยากร จากหน่วยงานต่างๆ
       
นอกจากนี้ ภายในงานได้ให้สถาบันศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดชลบุรี ได้นำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่
มาจัดแสดง เพื่อให้คณะครูและนักเรียน นักศึกษาได้เกิดความตระหนักถึงความสามารถของเพื่อนต่างสถานศึกษา
อีกด้วย อีกทั้งยังได้จัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพช่างยนต์ คือ การแข่งขันเครื่องยนต์เล็ก และการแข่งขันจักรยาน
ยนต์อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
19
ชลบุรี จัดแถลงข่าวแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์

ชลบุรี จัดแถลงข่าวแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ ครั้งที่ 5
       
วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
แถลงข่าวการจัดงาน “แห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์”  ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ ครั้งที่ 5  พร้อมด้วย
พล.ร.ท.พงศ์ศักดิ์  ภูรีโรจน์  ประธานมูลนิธิพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ นายพงษ์พันธ์  ยมมาศ 
นายอำเภอสัตหีบ นายสามารถ เทียงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นายบำรุง เนียมนาค ประชาสัมพันธ์
จังหวัดชลบุรี และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแถลงข่าว ณ ลานกิจกรรม พระพุทธรูปแกะสลัก
หน้าผาเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
       
จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ร่วมกับมูลนิธิพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา
เขาชีจรรย์ สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง(อพท.3)และเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์  เตรียม
จัดงานประเพณี “แห่โคม ชมพระฉาย  สืบสายศิลป์” ถิ่นหนองจับเต่า – เขาชีจรรย์  ครั้งที่ 5 ณ บริเวณมณฑล
พิธีหน้าพุทธวชิรอุตตโมภาสศาสดา ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 16 – 17 ธันวาคม 2560 นี้
         
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานกรรมการดำเนินงาน เปิดเผยว่า
งานเทศกาล "แห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์" ถิ่นหนองจับเต่า-เขาชีจรรย์ เป็นงานประเพณีเพื่อสักการบูชา
พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระอุระของพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะ
สลักหินประจำรัชกาลที่ 9 โดยในปี 2560 นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 5  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังเป็นการรำลึก
ถึงวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงรับ
การน้อมเกล้าถวายพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา  ณ หน้าผาเขาชีจรรย์  เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2544 
และเป็นการร่วมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก

โดยจัดขึ้น ณ บริเวณมณฑลพิธีหน้าพุทธวชิรอุตตโมภาสศาสดา ตำบลนาจอมเทียน  อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี
       
ด้าน พล.ร.ท.พงศ์ศักดิ์  ภูรีโรจน์  ประธานมูลนิธิพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์  กล่าวว่า งานเทศกาล
“แห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์” ถิ่นหนองจับเต่า-เขาชีจรรย์  จัดขึ้นเป็นงานประเพณีของทุกปี เพื่อส่งเสริมงาน
ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์
เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี

โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์และมีเจตนารมณ์สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช เพื่อให้เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินประจำรัชกาลที่ 9 เนื่องใน
วโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี
       
สำหรับกิจกรรมภายในงานนอกจากจะได้ชมความงดงามของขบวนแห่โคมบูชาพระพุทธฉายแล้ว  ยังมีมหรสพ
การแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด พุ่งหอกกบิลพัท โดยครูโขนและนักแสดงกว่า 100 คน
นับเป็นโขนกลางแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ในเวลา 17.00 น. จะมีการบรรเลงบทเพลง
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยวงดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ 
การแสดงระบําเทพบันเทิง และการแสดงหนังใหญ่  ซึ่งกิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 น.  สาธิตการสร้าง
งานสร้างอาชีพ การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากนักแสดงท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี
หมุนเวียนให้ได้ชมกันตลอดวัน
       
สำหรับพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช
บรมนาถบพิตร ให้ชื่อว่า “พระพุทธวชิรอุตตโมภาสศาสดา”  วาดด้วยแสงเลเซอร์บนหน้าผาของเขาชีจรรย์ ศิลปสุโขทัย
ผสมล้านนา ขนาดความสูง 130 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ภายในพระอุระบรรจุพระรัตนะบรมสารีริกธาตุ บริเวณโดย
รอบตกแต่งเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจสวยงาม อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
20
PEA จัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้า
       
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็น
ประธานพิธีเปิดการจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้า
ส่วนภูมิภาค ตามแผนปฏิบัติการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชลบุรี
       
ด้วยสภาพความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของสายสื่อสาร เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน
ยากต่อการแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงในเวลาอันรวดเร็ว โดยหน่วยงานในหน่วยงานหนึ่งเพียงสำพัง
ที่ผ่านมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยหลากหลายวิธีโดยการร่วมกับหน่วย
งานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำสายลงใต้ดินและการแก้ไขปัญหาสาบบนเสาไฟฟ้า
แต่เนื่องจากการนำสายลงใต้ดินต้องใช้งบประมาณสูงประกอบกับพื้นที่ความรับผิดชอบของการ
ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีมาก การนำสายลงดินทำได้เพียงพื้นที่สำคัญๆ บางส่วนเท่านั้น

โดยมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่เสาไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อเป็นมาตรฐานการดำเนินงานเป็นไปในทิศทาง
เดี่ยวกันทั้งประเทศ
       
สำหรับในปี 2560 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดทำแผนปฏิบัติการจัดระเบียบสายสื่อสารและอุปกรณ์
สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอ
ความร่วมมือจากหน่วยราชการจังหวัดทั้ง 74 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการสายและอุปกรณ์สื่อโทรคมนาคมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
อย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ
ประชาชนโดยส่วนรวม ทั้งยังให้เกิดความมั่นคงในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
อีกด้วย
         
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ให้ความสำคัญ
กับการแก้ไขปัญหาระดับชาติปัญหาหนึ่ง  จึงต้องอาศัยความทุ่มเทในการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้ง
ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี ตามหนังสือ
กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งส่วนราชการจังหวัดทั้ง 74 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาค โดยขอให้ความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารฯ ตามแผน
ปฏิบัติการฯ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นการแก้ไขปัญหาสายสื่อสารที่มีอยู่บนเสาไฟฟ้าเป็นหลัก
ซึ่งได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคม 2560 นี้ เป็นวันเริ่มต้นการดำเนินการ (Kick off) อย่างพร้อมเพรียงกันทั้ง 74 จังหวัด
               
สำหรับการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ยัง
ไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ผมหวังว่าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการในครั้งนี้ จะได้รับความ
ร่วมมือจากหน่วยงานเจ้าของสายและอุปกรณ์สื่อสารเป็นอย่างดี สำหรับการลื้อถอนสายและอุปกรณ์สื่อสาร
ทั้งส่วนที่ไม่ได้ใช้งานและส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาต และของให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินการให้เป็นไปตาม
เป้าหมายที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดให้แล้วเสร็จสัมฤทธิ์ผลเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และขยาย
ผลการดำเนินการในพื้นที่อื่นๆในปีต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10