Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
พสกนิกรชาวชลบุรี ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

พสกนิกรชาวชลบุรี ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ จำนวนมาก
     
วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย
นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นำคณะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น คณะกาชาดจังหวัด และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่าทำบุญตักบาตร เนื่องในวันเป็นวันเฉลิม
พระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ บริเวณหอพระพุทธสิหิงค์
     
เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ
นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 86 รูป
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรัชกาลที่9 ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 ที่ทรงประกอบพระราชกรณีย
กิจมากมายในการช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพพิเศษ ซึ่งเป็นการสร้าง
อาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ หรือพระราชเสาวนีย์ของพระองค์ท่านในเรื่องของการการแลรักษา
สภาพแวดล้อม และการปลูกป่าเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
     
สำหรับสิ่งของที่ประชาชนใส่บาตรในวันนี้ คณะสงฆ์จะนำไปถวายแด่พระภิษุสงฆ์ที่อาพาสต่างโรงพยาบาลต่างๆ
ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี อีกส่วนนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้วยโอกาส ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียงต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ ?
2
ชลบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ชลบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560
       
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 พ.อ.พิเศษ ทัศไนย ประทุมทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง
ภายในจังหวัดชลบุรี(ฝ่ายทหาร) เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ
นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560

ณ อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอ
เกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ประมงจังหวัดชลบุรี ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี
พร้อมด้วยคณะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน  นักศึกษา
พ่อค้า ประชาชน ในอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติและ
แสดงถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา
12 สิงหาคม 2560 เพื่อเป็นการฟื้นฟูรักษาระบบนิเวศน์และขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มี
คุณค่าและสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชน และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือร่วมใจและให้ประชาชนเห็นความ
สำคัญถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ 

นายบัญชา สุขแก้ว ประมงจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะ
เลี้ยงสัตว์น้ำจืดระยอง โครงการก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 8 และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบุญมี
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์ ได้ร่วมกัน คัดเลือกอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร อันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ หมู่ที่ 15 ตำบลเกาะจันทร์  อำเภอเกาะจันทร์  จังหวัดชลบุรี  ซึ่งมีสภาพเหมาะสม กับการปล่อย
พันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 400,000 ตัว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม
รวม 200 คน
       
พ.อ.พิเศษ ทัศไนย ประทุมทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี(ฝ่ายทหาร) กล่าวว่า
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชกรณียกิจ ใน
การเสด็จทรงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอยู่เนืองนิจ อันเป็นการช่วยฟื้นฟู รักษาระบบนิเวศน์ และเป็นการขยายพันธุ์สัตว์
น้ำที่เป็นแหล่งเพิ่มอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าและสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณา
ประชาราษฎร์และบ้านเมืองเสมอมา โดยมิทรงย่อท้อ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณ ที่ทรงปฏิบัติ
อย่างมากมาย ล้วนจารึกในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป
   
สำหรับกิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย นับว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญเป็น
อย่างยิ่ง กิจกรรมหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ที่ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี ได้มีโอกาสรวมพลังเพื่อแสดงความ
จงรักภักดี และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
3
กอ.รมน. จัดอบรมปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ ศาสน์ กษัตริย์และคุณธรรมจริยธรรม
     
วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 พันเอก (พิเศษ) พันเอก (พิเศษ) ทัศไนย ประทุมทอง
รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (ฝ่ายทหาร) ได้มอบหมายให้ พันโท สุขสันต์ กุลพงษ์
รองหัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการด้านความมั่นคง กองอำนวยการักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี
ต้อนรับคณะ พลตรี พิชัย เข็มทอง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมาเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมการปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ และคุณธรรมจริยธรรม ณ ห้องประชุมสารภี  โรงเรียนชลราษฏรอำรุง โดยนำนักเรียน
มัธยมศึกษา ระดับ ม.4 ม.5 และม.6 เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
       
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดอบรมโครงการเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ
การปลูกจิตสำนึกเทิดทูนชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และคุณธรรมจริยธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึก
ให้เยาวชนไทยในสถานศึกษา มีความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีคุณธรรม
จริยธรรม มีความรัก ความสามัคคี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมาก
กว่าส่วนอื่น และพร้อมเป็นคนเครือข่ายด้านความมั่นคงอีกด้วย
       
พลตรี พิชัย เข็มทอง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคง
ภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า ด้วยสภาพทางสังคมจิตวิทยาและเศรษฐกิจที่เกิดความสับสน การเมืองส่วน
ผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเยาวชนไทย และประชาชนทั่วไป เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใน
ด้านคุณธรรมจริยธรรม และความเชื่อมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ตลอดจนความคิดริเริ่มที่มีส่วนร่มในการแก้ปัญหาซึ่งมีผลกระทบ ต่อสังคมไทยอย่างกว้างขวาง หากเยาวชน
ได้รับการปลูกจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรม ทำให้เยาวนมีความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และ
ความเสียสละ เป็นกำลังสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของชาติอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
     
สำหรับสถาบันหลักของชาติ ประกอบด้วย สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจที่นำ
พาประเทศไปสู่ความมั่งคงโดยเฉาพะ สถาบันพระมาหกษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็น
อย่างยิ่ง ซึ่งได้ปกครอง ปวงอาณาประชาราษฏร์ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะพระมหา
กษัตริย์ทุกพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงดูแลแก้ปัญหาของประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่างๆ มาได้จนถึง
ปัจจุบันนี้

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
4
ชลบุรี จัดพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ
     
วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
พิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร และ kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี
เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ณ องค์การบริการส่วนตำบลเกษตรสุวรรณ อำเภอบ่อทอง
จังหวัดชลบุรี

ตามที่จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจักงานเฉลิมพรเกียรติ ภายใต้ชื่อ “งานสัปดาห์เฉลิมพรเกียรติ สมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดิทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา
28 กรกฎาคม 2560” โดยการจัดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณา
ธิคุณและร่วมแสดงความจงรักภักดีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อม
ทั้งให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ได้รับความรู้
ด้านวิชาการ และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน เป็นการสร้างภาพ
พจน์ และภาพลักษณ์ด้านวิชาการ นวัตกรรม และเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ต่อประชาชน โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การลงนามถวายพระพรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประกอบด้วย คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิก
ประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมายการประกวดอาหารคาวและหวาน
และคลินิกอื่นๆ

การสาธิตด้านเคหกิจเกษตร การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการให้บริการของหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง มีเกษตรกรมาร่วมงาน และเข้าร่วมบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และเนื่องใน
โอกาสอันเป็นมิ่งมงคลนี้ ได้จัดกิจกรรม kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อ
การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหา
วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ ขณะนี้โครงการได้เปิดตัว
อย่างพร้อมเพรียง และดำเนินการครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีแล้ว 115 ชุมชน มีโครงการที่ชุมชน
เสนอผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่ของชุมชนเองและปฏิบัติ
จริง โดยคณะกรรมการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่าง
ยั่งยืน ระดับอำเภออนุมัติและผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานของสำนักงบประมาณแล้ว จำนวน 281
โครงการวงเงิน 192 ล้านบาทเศษ การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภา
เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆในจังหวัดชลบุรี

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา
28 กรกฎาคม 2560 และ kick off โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตร
อย่างยั่งยืน ในวันนี้พสกนิกรชาวจังหวัดชลบุรี ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลเดชที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้อุทิศพระ
วรกาย พระปัญญา และพระราชทรัพย์ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์ แก่อาณา
ประชาราษฎร์ โดยจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ จำนวน 4,685
โครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในด้านต่างๆ ได้อย่างมั่นคงยั่งยืน
และทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา เป็นที่ประจักษ์ประทับ
อยู่ในใจของพสกนิกรและก่อให้เกิดความสงบ ร่มเย็น ตลอดจนความเจริญก้าวหน้า แก่ประเทศชาติและพสกนิกร
ตลอดมา และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการบำบัดทุกข์ แก่อาณาประชาราษฎร์ด้วยความสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินโครง
การ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในการสร้างความเข้มแข็ง
ให้แก่เกษตรกร และชุมชนโดยการน้อมนำหลักการและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ที่พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตร
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและเพิ่มรายได้
ให้แก่เกษตรกรและชุมชน และเพื่อให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่าย
เป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน และคาดว่าชุมชนที่เข้า
ร่วมโครงการมีความเข้มแข็ง เกิดการเรียนรู้ และมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระ
ราชทานของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล เกษตรกร
มีรายได้เพิ่มขึ้นเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในชุมชน 9,101 ชุมชน (ศพก.และ
เครือข่าย) มีการบริหารจัดการด้านการเกษตรตรงตามความต้องการของชุมชน และขอเน้นย้ำว่าการดำเนินงาน
ทุกขั้นตอน ต้องดำเนินการ ด้วยความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม มุ่งมั่นให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง และ
พัฒนาให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
5
จังหวัดชลบุรีทำพิธีถวายราชสักการะ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี
วางพวงมาลาถวายราชสักการะวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ
อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ตามที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นที่แน่ชัดว่า วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2231 เป็นวันเสด็จสวรรคตของ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 มีมติเห็นชอบให้
วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (พ.ศ. 2175 - พ.ศ. 2231
ครองราชย์ พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) มีหลายพระนาม คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 หรือ สมเด็จพระรามาธิบดี
ศรีสรรเพชรญ์ เป็นพระราชโอรสของ พระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา กับพระราชธิดา
ของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เหตุที่มีพระนามว่า "นารายณ์" มีที่มาน่าสนใจคือ มีพระญาติวงศ์เหลือบเห็นเป็น 4 กร
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ
ตลอดรัชกาลของพระองค์ ทั้งด้านการทหาร วรรณคดี และการทูต โดยเฉพาะการส่งคณะราชทูต นำโดยเจ้าพระยา
โกษาธิบดี (ปาน) ไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บง

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่าง ยิ่ง ทรงสร้างความรุ่งเรือง และ
ความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก โดยทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองพม่าอีกหลายเมือง
ได้แก่ เมืองจิตตะกอง สิเรียม ย่างกุ้ง แปร ตองอู หงสาวดี และมีกำลังสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระนารายณ์นั้นสามารถ
ยึดหัวเมืองของพม่าได้คือ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
รุ่งเรืองขึ้นมาอีก ครั้ง โดยมีการติดต่อทั้งด้านการค้าและการทูตกับประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และ
ฮอลันดา มีชาวต่างชาติเข้ามาในพระราชอาณาจักรเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้รวมถึงเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ชาวกรีก
ที่รับราชการตำแหน่งสูงถึงที่ สมุหนายกขณะ เดียวกันยังโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราช
สำนักฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้งด้วยกัน ผู้ที่เขียนเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา และสยามมากที่สุด
ในสมัยนี้ก็คือ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เลื่องลือ พระเกียรติยศในพระราโชบายทางคบค้าสมาคม
กับชาวต่างประเทศ รักษาเอกราชของชาติให้พ้นจากการเบียดเบียนของชาวต่างชาติและรับผลประโยชน์ ทั้งทาง
วิทยาการและเศรษฐกิจที่ชนต่างชาตินำเข้ามา นอกจากนี้ ยังได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงกวีและงานด้านวรรณคดีอันเป็นศิลปะ
ที่รุ่งเรืองที่สุด ในยุคนั้น เมื่อสมเด็จพระนารายณ์เสด็จเถลิงถวัยราชสมบัติ ณ ราชอาณาจักรศรีอยุธยาแล้ว ปัญหากิจ
การบ้านเมืองในรัชสมัยของพระองค์เป็นไปในทางเกี่ยวข้องกับชาวต่าง ประเทศเป็นส่วนใหญ่ ด้วยในขณะนั้น มีชาว
ต่างประเทศเข้ามาค้าขาย และอยู่ในราชอาณาจักรไทยมากว่าที่เคยเป็นมาในกาลก่อน ที่สำคัญมาก คือ ชาวยุโรป
ซึ่งเป็นชาติใหญ่มีกำลังทรัพย์ กำลังอาวุธ และผู้คน ตลอดจน มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการต่าง ๆ เหนือกว่า
ชาวเอเชียมาก และชาวยุโรปเหล่านี้กำลังอยู่ในสมัยขยายการค้า ลัทธิคริสต์ศาสนา และอำนาจทางการเมืองของ
พวกตนมาสู่ดินแดนตะวันออก

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงรับเอาวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ เช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ รวมทั้งยังมี
การรับเทคโนโลยีการสร้างน้ำพุ จากชาวยุโรป และวางระบบท่อประปาภายในพระราชวังอีกด้วย  ด้านวรรณกรรมใน
สมเด็จพระนารายณ์มิใช่เพียงทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการทูตเท่านั้น หากทรงเป็นกวีและทรงอุปถัมภ์กวีในยุค
ของพระองค์อย่างมากมาย กวีลือนามแห่งรัชสมัยของพระองค์ก็ได้แก่ พระโหราธิบดี หรือพระมหาราชครู ผู้ประพันธ์
หนังสือจินดามณี ซึ่งเป็นตำราเรียนภาษาไทยเล่มแรก และตอนหนึ่งของเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์ (อีกตอนหนึ่งเป็น
พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระนารายณ์) กวีอีกผู้หนึ่งคือ ศรีปราชญ์ ผู้เป็นปฏิภาณกวี เป็นบุตรของพระโหราธิบดี
งานชิ้นสำคัญของศรีปราชญ์ คือ หนังสือกำศรวลศรีปราชญ์ และอนุรุทรคำฉันท์ด้วยพระปรีชาสามารถดังได้บรรยาย
มาแล้ว สมเด็จพระนารายณ์จึงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น มหาราช พระองค์หนึ่ง

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
6
ตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย)

ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์
บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย)

(3 ก.ค. 60) พลตํารวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายอภิชาติ วีรปาล รองนายก
เมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ
ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้(แหลมบาลีฮาย)โดยมีนายสุนทร สมประมัย รักษาการผู้อำนวยการสำนัก
การช่าง นายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข หัวหน้าหน้าฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง นายศรศักดิ์ ปาระ หัวหน้าควบคุม
งาน บริษัท บี.เอส แอนด์ บี.เอส พัทยา จำกัด (บริษัทผู้รับจ้าง)

และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม
เหมาะสมกับเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว พร้อมทั้งรองรับการจัดงานมหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ
เนื่องในโอกาส ครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน ระหว่างวันที่ 13 – 22 พฤศจิกายน 2560 นี้
7
เมืองพัทยาจัดอบรมเสริมความรู้เพิ่มศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชน

เมืองพัทยาจัดอบรมเสริมความรู้เพิ่มศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา
เพื่อบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ

(3 ก.ค. 60) ณ ห้องประชุมทัพพระยา อาคารศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตํารวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี
นายกเมืองพัทยา มอบหมายให้นางสาวพรรณี ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม เมืองพัทยา
เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติ "การเพิ่มศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา
เพื่อบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ" ภายใต้โครงการสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน
เมืองพัทยาประจำปี 2560

โดยมีนางสาววารุณี ช้างม่วง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
ซึ่งมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน 100 คน ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรมเสริมรู้ด้านการสื่อสาร
เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุน" โดยเน้นการสร้างศิลปะการพูด เพื่อใช้
ในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติ "การเพิ่มศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา เพื่อบริหารกองทุน
ให้มีประสิทธิภาพ" ภายใต้โครงการสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยาประจำปี 2560
จัดขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ สมรรถนะเบื้องต้นและการบริหารงานตามบทยาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ

โดยตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาตนเอง การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ส้งเสริมและสนับสนุน
การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา ให้มีการขับเคลื่อนพัฒนากองทุนให้มีความเข้มแข็ง
ซึ่งปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนมีศูนย์ประสานงาน จำนวน 47 ศูนย์ เมืองพัทยา 1 ศูนย์ ชุมชน จำนวน 39 ศูนย์
และกลุ่ม จำนวน 7 ศูนย์ มีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 2,121 คน ในการจัดกิจกรรมตามโครงการสนับสนุนการดำเนิน
งานกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยาประจำปี 2560 จะดำเนินการจัดกิจกรรม จำนวน 2 กิจกรรม

ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิติการ "การเพิ่ม ศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา
เพื่อบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ" ระหว่างวันที่ 3 - 4 กรกฎาคม 2560 โดยมีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 100 คน

โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ประธานศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยทและเครือข่ายศูนย์กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนเมืองพัทยา กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการ "การสร้างเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อจำนวนสมาชิก
กองทุน" ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 150 คน โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ประธานศูนย์กอง
ทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยาและสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา

โดยในวันนี้เป็นกิจกรรมที่ 1 ซึ่งเป็นการอบรมเชิงปฏิติการ "การเพิ่มศักยภาพให้กับศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชน
เมืองพัทยา เพื่อบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ" โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ประธานศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชน
เมืองพัทยาและเครือข่ายศูนย์กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา ทั้ง 47 ศูนย์ โดยเน้นการสร้างศิลปะการพูด
เพื่อใช้ในการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน มีปฏิสัมพันธ์ในทีมเครือข่าย สร้างกระบวนความคิด และ
มีเทคนิคการสื่อสารที่ดี มีความหมายถูกต้องชัดเจน โดยครั้งนี้ใช้งบประมาณ 67,600 บาท ได้รับการสนับสนุน
วิทยากร จากสถาบันพัฒนาบุคคล กรุงเทพมหานคร นำโดยนายเอกกฤษ อุหกานต์ และคณะฯ อบรมเกี่ยวเรื่อง
ศิลปการพูดของผู้นำ , มนุษย์สัมพันธ์ในการทำงาน และการสื่อความอย่างมีประสิทธิ ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกเครือ
ข่ายที่เป็นผู้นำชุมชนได้มีความรู้ ความเข้าใจ ด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน และยังเป็นพัฒนาประสิทธิภาพ
การทำงานนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป...
8
ชลบุรี จัดพิธีตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

ชลบุรี จัดพิธีตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน
พิธีตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า
จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ
     
นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาด
จังหวัดชลบุรี นำคณะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศาลตุลาการ รัฐวิสาหกิจ
นักเรียน นักศึกษา และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่ ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
       
สำหรับกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้า
ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดี
ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  ที่ได้มีพระมหากรุณาธิคุณกับพสกนิกรชาวไทยเสมอมา

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
9
ทุกภาคส่วนประชุมเตรียมความพร้อม มหกรรมสวนสนามทางเรือ (ภาพประกอบ 11 ภาพ)

ทุกภาคส่วนประชุมเตรียมความพร้อม มหกรรมสวนสนามทางเรือ

ทุกภาคส่วนประชุมเตรียมความพร้อมวางแผนการรักษาความปลอดภัย
ทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อรองรับ"มหกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ”

ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองพัทยา ระหว่างวันที่ 13-22 พฤศจิกายน 60 นี้

(29 มิ.ย. 60) นาวาเอกประภาส สุดขาว ผู้อำนวยการกองยุทธการและข่าว ฐานทัพเรือสัตหีบ
พร้อมด้วยนาวาเอก ศิลป์สมุจจ์ ปัญจะ ผู้อำนวยการกองยุทธการ กองเรือยุทธการ เป็นประธาน
การประชุมเพื่อวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัย ในการจัดมหกรรมทางเรือนานาชาติ

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี อาเซียน โดยมีนางอรวรา กรพินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการ
ท่องเที่ยว นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง รักษา
การแทนหัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค
สาขาพัทยา พันเอกสมศักดิ์ ตั้งดำรงธรรม รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 14 ผู้แทนจาก สภ.เมือง
พัทยา ตร.ท่องเที่ยว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจอำเภอบางละมุง คณะทำงานเตรียมการรักษาความปลอดภัย
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมทัพพระยา

ด้วยฐานทัพเรือสัตหีบได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือให้ดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัยใน
การจัดมหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี อาเซียน ที่จะจัดขึ้นระหว่าง
วันที่ 13 – 22 พฤศจิกายน 2560 ในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ซึ่งในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 มีพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสการครบรอบ 50 ปี
การก่อตั้งอาเซียน โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และนอกจากนี้
ยังมีผู้บัญชาการทหารเรือของประเทศในอาเซียน และนอกอาเซียน จำนวน 40 กว่าประเทศ เดินทาง
มาเข้าร่วมมหกรรมทางเรือนานาชาติ ดังนั้นเพื่อให้การจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความ
เรียบร้อย เมืองพัทยาพร้อมด้วยฐานทัพเรือสัตหีบ จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วม
กันหารือแนวทางวางแผนการดำเนินรักษาความปลอดภัย ซึ่งในที่ประชุมได้มีการเสนอให้มีการปิดพื้นที่
บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) ตั้งเวลา 06.00 น.- 12.00 น.

และปิดการจราจรบริเวณชายหาดพัทยา ตั้งแต่เวลา 15.00 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในประชุมยังไม่ได้มีมติที่ประชุม
สรุปเรื่องเวลา ปิดท่าเรือฯ และปิดถนน ที่แน่ชัด โดยทางกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยหน่วย
งานที่เกี่ยวข้องจะนัดหมายประชุมย่อยเพื่อกำหนดเวลาเปิด - ปิด ที่แน่นอนต่อไป
10
ตำรวจภาค2 จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนพิทักษ์ไทย (ภาพประกอบ 10 ภาพ)

ตำรวจภาค2 จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนพิทักษ์ไทย
     
วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 นางปทุมทิพย์ สุภานันท์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ
เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนพิทักษ์ไทย รุ่น1 ณ โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา
วัดใหญ่อินทาราม จังหวัดชลบุรี
     
ตำรวจภูธรภาค2 ร่วมกับ ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค2 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน
ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปใน
อนาคต โดยเชื่อว่าหากมีการหล่อหลอมพฤติกรรมและฝึกทัศนคติที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนแล้ว
เมื่อเติบโตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพรู้จักสิทธิและหน้าที่ รู้จักหน้าที่ต่อสถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ และสังคมส่วนรวม ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเสริมสร้างความมั่นคงของชาติได้

จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเยาชนพิทักษ์ไทยขึ้น เพื่อให้เยาวชนเป็นพลเมืองดี มีทัศนคติยึดมั่นในชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในระบอบประชาธิปไตย และเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีความรักสามัคคี รักหมู่
คณะ รู้จักเคารพกฎหมาย มีระเบียบวินัย เคารพในสิทธิของผู้อื่น เห็นประโยชน์ส่วนรวมเหนือกว่าประโยชน์
ส่วนตัว และรู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณะ
     
สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ได้กำหนดการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2560
โดยนำเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 14 ปี จำนวน 320 คน จากโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม
จังหวัดชลบุรี เข้าฝึกอบรมครั้งนี้ หลังฝีกอบรมตำรวจภูธรภาค2 ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้ผ่านการฝึกอบรม
พร้อมติดตามผลระยะยาว รวมถึงการรวมกลุ่มกันทำประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป
   
นางปทุมทิพย์ สุภานันท์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า นับเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่คณะกรรมการ
ดำเนินงานซึ่งประกอบด้วย ตำรวจภูธรภาค2 ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค2 ภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะครู
อาจารย์ โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม เจ้าที่ตำรวจ ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกัน
จัดการฝึกอบรมเยาชนพิทักษ์ไทยขึ้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าทั้งภาคเอกชนและภาครัฐได้เล็งเห็นความสำคัญของ
เด็กยาวชน ซึ่งเป็นกำลังของชาติในอนาคต จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้การฝึกอบรม
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ
หน่วยงานหลายฝ่าย ทำให้เยาวชนที่ฝึกอบรมครั้งนี้นำความรู้ ทั้งภาควิชาและภาคปฏิบัติจากคณะวิทยากร
มาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่ออยู่ในกรอบแห่งความดี อันนำมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมส่วนรวม
และเป็นปัจจัยหนึ่งในเสริมสร้างความมั่นคงของชาติสืบต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าว...ปริญญา/ข่าว/ภาพ
Pages: [1] 2 3 ... 10